วันอังคาร, สิงหาคม 29, 2549

ปริศนาธรรม

เรามางานศพ เราได้อะไร....?
สีคนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป
สี่คนหาม...ธาตุทั้งสี่อันเป็นธรรมที่อยู่ในตัวเราขณะที่เรามีชีวิตอยู่
สามคนแห่...ไตรลักษณ์ คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
หนึ่งคนนั่งแคร่...จิตวิญญาณหรือชีวิตเดียวของเรา
สองคนพาไป...บาป บุญ...............สิ่งที่ได้คือ................
1.ห้างลอยตราสังข์
ตราคือเครื่องหมายสังข์ ในที่นี้หมายถึง สังขาร
ตราสังข์หมายถึงเครื่องหมายปริศนาของสังขาร บ้านเราเรียกฝ้ายมัดสาด 3 ช่วง
คือช่วงตรงลำคอ ช่วงตรงอก ช่วงตรงข้อเท้า คนในภาคกลางถ้ามีการตายเกิดขึ้นนิยมนำฝ้าย 3 ช่วงรัดตาม 3 สถาน
ที่เรียกว่ามัดตราสังข์ มีความหมายเป็นปริศนาว่า
ฝ้ายบ่วงที่ 1 ผูกมัดไว้ตรงลำคอ หมายถึงบ่วงที่เราติดหลงในขณะมีชีวิตอยู่เรียกว่า ปุตโตคีเว คือการห่วงบุตรห่วงลูก
ฝ้ายบ่วงที่ 2 ผูกไว้ตรงช่วงอก หมายถึง บ่วงห่วงแห่งภรรยา-สามี เรียกว่าภริยา สามิหัตเถ
ฝ้ายบ่วงที่ 3 ผูกไว้ตรงช่วงข้อเท้า หมายถึงบวงห่วงทรัพย์สิน เงินทอง เรียกว่า ธนะปาโท
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ถึงตายแล้วก็ไม่มีใครสามารถนำไปได้แม้แต่คนเดียว บ้านเราปัจจุบันนี้ไม่นิยมมัด เพียงเอาฝ้ายสอดเสื่อไว้เพื่อหิ้วง่ายเท่านั้น แม้แต่การเอาสวดอกใส่มือแล้วก็ไม่นิยม เพราะถือว่าเป็นการสร้างความลำบากในสังขาร อุปมเหมือนเรานอนหลับเอามือทับอกหรือเอามือสานกันไว้บนหัว เวลาเราฝันทำอะไรไม่ได้เลย ไม่เป็นอิสระ จึงไม่นิยมมัดกัน
2.เฝือกในหีบศพ /โลงศพ
ถ้าคนเราตายไปแล้วทำพีธีตรงสังข์ห้างลอยเรียบร้อบแล้ว บางแห่งหรือเมื่อก่อนมักจะนิยมพระมาสวดก่อน หลังจากนั้นก็จะนำใส่หีบศพก่อนที่จะนำร่างศพลงใส่ในโลง สมัยก่อนเรามักจะเอาไม้ 5 กีบ มาจัดเป็นแพหรือเรียกว่าเฝือกแล้วเอาห่อศพลงในหีบ แต่ปัจจุบันนี้ จะมีไม้กีบมาตีเป็นแผง 5 กีบ มีไม่หม่อนรอง 3 อัน....เผือก...หมอน...มีความหมายดังนี้
ไม้ 5 กีบ...หมายถึงขัน 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณดับ แล้วก็แน่นิ่ง
ส่วนไม้หมอน 3 ท่อน หมายถึงรัตน์ 3 คือ พุทธะ อยู่เบื้องบน ธรรมะ อยู่เบื้องกลางจิต สังฆสมณะ อยู่ล่าง ฉนั้นพระและสามเณรจะเป็นผู้สวดบอกวิญาณ ได้รับรู้ว่าตนตาย เวลาจูง พระและสามเณร จะจูงนำหน้าหัวแม่เท้า บางท่านเอาไม้หมอน เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
3.บันได 4 ขั้น...บันไดสี่ขั้นนี้จะมีในสมัยก่อน สมัยก่อนหลังจากที่ห่อศพ ใสในหีบศพ ปิดฝาเรียบร้อย มักจะทำบันได สี่ขั้น ไว้บนหลังหีบศพ ปัจจุบันไม่มีบันไดสี่ขั้นนั้น ท่านหมายถึง การบอกภพที่วิญาณจะต้องไป คือ นรกภูมิ มนุษย์ภูมิ เทวตภูมิ นิพพาน จึงเรียกว่า บันไดผี
4.

วันอาทิตย์, สิงหาคม 27, 2549

ประมวลภาพในหลวงและพระบรมราโชวาท
























"ความรู้สึกและความซื่อตรงต่อหน้าที่เป็นคุณวุฒิอันสำคัญของคนทั้งปวงไม่ว่าผู้มีบรรดาศักดิ์สูงต่ำเพียงใด"

วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 24, 2549

สุขอยู่ที่ใจ

ทุกหนทุกแห่งที่เราก้าวไป มีธรรมะนำทางเสมอ เพื่อค้นพบกฎของความจริง และความจริงที่ว่านั่นคือ "ธรรมชาติ" นั่นคือ ชีวิตที่พิจราณาได้ด้วยตนเอง การอุทิศได้ เสียสละได้ บำเพ็ญได้ อัตตา ความว่าง ความจริง ความมี ความไม่มี หรืออะไรก็ตามที่อยู่เป็นคู่ๆ นั่นคือความว่าง ความไม่มีตัวตน ความอิสระ ความไม่มีอะไรเลย นั่นคือชีวิต นั่นคือธรรมชาติ มรรคผลสุดท้าย คือ ศูนย์ ไม่มีอะไรเลย ว่าง ปรมัตถ์ นิพพาน ทุกสิ่งทุกอย่าง เราสามารถกำหนดแล้วด้วยใจ หากใจเรากระทำแล้วมีความสุข จงกระทำไปเถอะ ไม่มีผิด ไม่มีถูก มันอยู่ที่ใจของเรานั่นเอง
D.P
ปรมัตถ์

การพัฒนาจิต


สังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวดเร็ว สะดวกทันทีทันใจผู้คนอย่างเหลือคณานับ บางคนตอนเช้าอยู่เมืองหนึ่ง แต่พอกลางคืน ก็สามารถไปรับประทานอาหารกลางวันอีกเมืองหนึ่งได้ พอตกในตอนเย็น ก็จะกลับมานอนที่บ้านได้ตามปกติ หรือบางคนมีลูกหลานที่ส่งไปเรียนต่างประเทศ ก็สามารถที่จะพูดคุยหรือเห็นหน้ากันได้ทางโทรศัพท์ หรือบางราย ที่พอมีอันจะกิน และมีความปรารถนาความต้องการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ปัจจุบันก็มีโครงการจัดทัวร์ทางอากาศ ซึ่งจัดบริการแล้ว และปรากฎว่า มีผู้ใช้บริการกันไปตามสถานะทางการเงินและตัณหา(ความอยาก)ของแต่ละคน
สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างแห่งความสะดวกสบายของโลกยุคเทคโนโลยี ถามว่าสิ่งเหล่านี้ได้ถูกมนุษย์พัฒนาคิดค้นขึ้นมาจริงหรือไม่ คำตอบก็คือ "ใช่ " ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนแล้วแต่ถูกมนุษย์รังสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมาตามจิตนาการของแต่ละกลุ่มบุคคล เช่นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ กลุ่มนักดาราศาสตร์ กลุ่มนักคณิตศาสตร์ ฯลฯ วัตถุสิ่งของต่างๆ มนุษย์ที่จะสามารถที่จะพัฒนาขึ้นมาได้จนบางครั้งมันก็มีความสามารถ อาจจะเหมือนมนุษย์ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เราเกือบจะ มองข้าม และนับเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตมนุษย์ คือเราลืมพัฒนาจิต ของตนเอง ทั้งนี้เราจะรู้ข่าวสารทั้งหลายจากทุกมุมโลก ซึ่งก็เพราะเทคโนโลยี ว่าทุกประเทศในโลกล้วนแต่ประสบปัญหาด้วยกันทั้งนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ไม่นับรวมปัญหาอื่น ที่เป็นพื้นฐานของแต่ละชนชาติแต่ก็มีการแก้ไขกฎ ระเบียบ กฎเกณฑ์ของสังคมโลก เป็นต้น
แต่ข้อสังเกตก็คือ ปัญหาต่างๆมิได้ลดด้อยถ้อยลงหรือหมดไปจากประเทศนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นกล่าวโดยสรุปก็คือ ต้นตอแห่งปัญหานานับประการทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้มาจากมนุษย์นี่เอง นั่นเป็นเพราะเราลืมที่จะพัฒนา จิต นั่นเอง มีคำกล่าวที่ว่า "จะพัฒนาอะไรก็ติด ถ้าจิตไม่พัฒนา" คงเป็นปฐมบทแห่งรูปการณ์ทุกอย่างได้ดีว่า ที่โลกเราปั่นป่วนทุกวันนี้ เพราะมาจาก สิ่งที่อยู่ภายในมนุษย์เรานั่นเอง นั่นคือจิตที่ไม่ยอมพัฒนาไปตามวัตถุที่เจริญรุดหน้า มีใจอันประเสริฐฯลฯ สำเร็จแล้วด้วยใจ พระพุทธศาสนาถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นต้นที่ ใจ และบทสรุปก็อยู่ที่ใจ ใจหรือจิตของมนุษย์เรานั้นนับเป็นสิ่งที่เร้นลับลึกล้ำเหลือกำหนด พฤติกรรทที่มนุษย์แสดงออกมาจากจิตของมนุษย์ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า กิริยาอาการใดๆ ที่มนุษย์คนหนึ่งแสดงออกมานั้น จะเป็นเครื่องบ่งบอกถึงสิ่งที่อยู่ภายในของเขาได้เป็นอย่างดี
จึงมีข้อปฎิบัติพื้นฐานสำหรับมนุษย์ทั่วไปว่า ให้เราคิดดี พูดดี ทำดี แล้วสิ่งดีๆจะติดตามมาเอง ถึงแม้เราจะต้องการที่จะเห็นผลของการกระทำนั้นๆของเราหรือไม่ก็ตาม ตรงกันข้ามถ้าเราคิดไม่ดี พูดไม่ดี และทำไม่ดี สิ่งไม่ดีทั้งหลายก็จะติดตามเรามาแน่นอน ฉนั้นในวันนี้ เราได้เริ่มต้นในการทำสิ่งดีๆบ้างหรือยัง เพราะถ้าเรารู้จัก ที่จะพัฒนาตัวเราเองให้เป็นคนมีจิตใจดี สิ่งต่างๆทั้งหลายในโลกก็ไม่นอกเหนือความสามารถของจิตที่พัฒนาแล้วนั่นเอง
ธรรมะบรรยายท่านพระมหาอุดม อุตตโม
เจ้าอาวาสวัดดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่

พุทธสุภาษิต

พุทธสุภาษิต

พุทธสุภาษิต

พระพุทธสุภาษิต

ประมวลภาพวันวิสา

ประมวลภาพวันวิสา

ประมวลภาพวันวิสา

ประมวลภาพวันวิสา

ประมวลภาพวันวิสา

ประมวลภาพวันวิสา

ประมวลภาพวันวสา

ประมวลภาพวันวิสา

ประมวลภาพวันวิสา

ประมวลภาพวันวิสา